TuangStuD!O View my profile

หนังสั๊นสั้นจากงานศิลปะ (1)

posted on 30 May 2015 13:15 by just-the-human in art directory Entertainment, Tech, Travel
สวัสดีเพื่อนพ้องพี่น้องชาวexteenไม่ได้เข้ามานาน จนไม่รู้จะเข้ามาอีกไหม?(จริงๆนะ)
แต่ว่าแล้ว เนื่องจากชีวิตมีโชคชะตาได้ทำนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรก อย่างรวดเร็วมากแบบไม่คาดคิด
ซึ่งก็ประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี เลยอยากจะมาเล่าให้ฟังเสียหน่อย
...
ไม่ดีกว่า...
...
(เอ้า!)
ก็ถึงจะมาเล่าบรรยายๆ เมื่อยก็เมื่อยนิ้ว แถมก็คงมีคนสนใจอยากจะอ่านรายละเอียดอันยืดยาวกว่างานศิลปะจะเสร็จสรรค์กันออกมา กว่าจะเข้าไปsetting ว่าศิลปิน(ที่ทำงานคนเดียว)จะเข้าไปติดตั้งงานยังไง จะได้ทีมดีๆมาช่วยอย่างไร มันคงไม่มีใครอดทนอ่านมากนัก ในช่วงเวลาที่คนส่วนใหญ่เหลือเวลาfocusอะไรเพียง 9วินาที อย่างในปัจจุบัน
 
นี้ขนาดเกริ่นนำก็ปาเข้าไปหลายบรรทัด
 
พวกคุณยังสนใจกันอยู่ใช่ไหม?
อ๊ะ!!!
โยนวิดีโอให้ดูก่อนตัวนึงเลยดีกว่า
 
ไป!!
 
 
น่าสนใจมากขึ้นใช่ไหม?
เค...
(เราจะเหมาเอาว่าคุณชอบมัน)
 
นี้คือนิทรรศการศิลปะที่ชื่อ Living Room ในชื่อตอน "ณ ขณะที่อยากบอก" หรือ At the Moment of Living ซึ่งเป็นนิทรรศการแบบ Interactive Installation Art Exhibition โอโห้ววว ชื่อดูไฮโซภูมิฐานมาก
 
Living Room : ณ ขณะที่อยากบอก
interactive installation art exhibition
BY Tuangkamol Thongborisute

AT Speedy Grandma
15 MAY - 7 JUNE 2015
Opening 15 MAY 2015 : 19:00 Hr

" When goods have stories to tell."
" เมื่อสิ่งของอยากบอกอะไรกับนาย "

[English, please scroll down]

‘Living Room : ณ ขณะที่อยากบอก’ เป็นนิทรรศการศิลปะInteractive(ศิลปะปฏิสัมพันธ์) ที่ซ่อนกลไกการทำงานใหม่จากจินตนาการและแรงบันดาลใจของศิลปินต่อพฤติกรรมการใช้งานของผู้คนต่อสิ่งของลงในของเก่ามือสองต่างๆในบ้าน แต่ทิ้งเรื่องราวปลายเปิดให้ผู้ชมได้ใช้ประสบการณ์ส่วนตัวในการสานต่อเรื่องราวในแบบฉบับของตนเอง นิทรรศการนี้พูดถึงเรื่องราวในมุมของวัตถุที่มองกลับมายังมนุษย์และมุมมองของบุคคลที่สามที่มองการมีความสัมพันธ์ระหว่างกันของวัตถุและคน รวมทั้งความขัดแย้งของความเก่าและใหม่, มีชีวิตและไม่มีชีวิต ซึ่งเป็นนัยยะที่แอบซ่อนอยู่ภายในกายภาพที่ดูธรรมดาของแต่ละชิ้นงาน

Living Room : At the Moment of Living, an interactive installation art exhibition, shows the old goods that hid the story behind them. They are furniture and other household goods, which has been added with new functions. The new functions are inspired from the using behaviour of human, expressed through the views of objects as if they are alive. The exhibition also has the connotation of contrary between control and being-in-control, and living and lifeless.
 
---
---
(ข้างบน copyมาจาก event page ที่ gallery ทำให้ หากสนใจเยี่ยมชม ยังเปิดถึงวันที่ 7 ปิด จัน-อังคาร)
 
นั้นแหละ ก็เอามาให้ได้รู้ว่า พื้นที่ศิลปะส่วนบุคคล (เอกชน) ที่แบบindepentdant หรือที่เราเรียกๆว่า  INDYๆเนี่ย มันไม่ได้จะมีงานแบบนี้บ่อยๆนะเฮ้ย ! ถ้าอยากจะดูก็คงต้องมุ่งไปBACC(หอศิลป์กรุงเทพ ตรงสี่แยกปทุม)กันเอาเพราะที่นั้นเค้าจัดได้บ่อย งบเค้ามี ส่วนหอศิลป์ทั่วไปงานสมัยใหม่ก็มีแต่ไม่INTERACTIVEแบบจัดเต็มนะจ้ะ นานๆได้มีให้ดูที ก็มาดูๆเค้าหน่อยละกัน 5555
**แนะนำให้มาวันที่7ตอน18:00น.ไปแล้ว เพราะวันสุดท้ายเค้ามีปาร์ตี้+Artist's talk คนมากัน ยิ่งสนุก นี้พูดเลย มาเงียบๆคนเดียวสองคนไม่สนุกเท่าเห็นคนอื่นเล่นด้วย
 
อะ!
แต่ตอนชื่อหัวเรื่องมันบอกทำหนังสั๊นสั้น แล้วมันเกี่ยวอะไร?
ก็พอดีว่าปกติตัวศิลปินเจ้าของงานนิ เค้าจะทำวิดีโอreview reactionต่างๆของคนกับงานมากกว่า
แต่บังเกิดไอเดียอยากจะอธิบายconceptแบบสนุกบ้าง ไม่ใช่แค่ให้เห็นคนแล้วไปอ่านเอาเองว่างานหมายถึงอะไร
ก็เลยเกิดการทำวิดีโอสั้นๆ แทนการทำreviewแทน เหมือนอธิบายงานด้วยเรื่องราวนั้นแหละ ว่างานนี้จริงๆอยากจะบอกอะไร ได้ไอเดียจากเรื่องราวแบบไหน
 
ว่าแล้วก็มาดูตัวแรกกันเลยจ้ะ
I'm Not That Into You.


 
This short film is based on a concept of "Tiresome Fan", an interactive art piece. The Tiresome Fan is an old fan that bored of everything in this whole world, especially humans. He is not cool to anyone.
 
ดูจบแล้วอย่าลืม Like  อย่าลืมShare หรือให้ดาว หรือcomment หรือส่งเสียงกรี๊ดร้อง ตบมือ เขวี้ยงคอม?
นะแจ้ะ
 
พอแค่นี้ก่อนดีกว่า เดี๋ยวจะ #ยาวไปไม่อ่าน เพราะนี้กูเริ่มจะยาว
 
แล้วจะมาต่อใหม่ กับวิดีโออีกตัวนึงนะจ้ะ
บรั๊ยส์~




ปล. สำหรับภาคอังกฤษเชิญทางนี้ >>> คลิ๊ก!
สวัสดีโซเชียววววแครมมมมมมม
(แต่นี้อยู๋ในเอ็กทีน-_-v)
ไม่มีไรมากกกก
อยากโพส
 
 

แนวคิดตอนตัดต่อที่ใส่ซับเข้าไป
มาจากตอนตัดต่อแบบ เคร่งขรึม สไตล์โชว์งานศิลปะสากลทั่วๆไปทำกัน
แล้วสังเกตเห็นพล็อตบางอย่างในงาน
เลยจับมาทำอีกเวอร์ชั่นแบบนี้
ดูน่ารักๆเอาใจช่วยงานดี
ฮ่าๆๆๆ
 
ดูofficial version >>คลิ๊ก!
 
อยากบอกว่ารักกกกปั๊วววววววว
วันนี้นั่งๆแล้วก็ครุ่นคิดเรื่องการโฆษณาผลิตภัณฑ์ขึ้นมา แล้วก็ไปนึกถึงอาหาร
เรามีคำถามถึงร้านอาหารโดยเฉพาะfastfoodมานานกันแล้ว
ว่าเหตุอันใด รูปในโฆษณากับของจริงมันไม่เหมือนกันเลยคู้ณณณณ!
แต่ถึงมันจะไม่เหมือนแบบสุดขั้ว
เค้าก็ไม่เคยจะโดนดำเนินคดีอะไร (ในแบบที่ต้องจนมุมหรือเป็นข่าวใหญ่โต)
.....
 
ถ้าคิดในแง่ของการ "จะเอาให้เหมือน" อย่างเดียวฉบับลูกค้าเอาแต่ใจ
เหตุอะไรยังไงผู้ประกอบการก็ผิด
แต่เมื่อเปิดใจลองหาข้อมูลมองในฐานะผู้ประกอบการ กับคำถามข้างต้นว่าถ้ามันผิดมหันต์ขนาดนั้นทำไมยังอยู่รอด?
เราอาจได้คำตอบอีกรูปแบบหนึ่ง
 
......
 
 
จากคลิปข้างบน
เราดูแล้วเราเข้าใจจุดประสงค์เลยนะ ที่Mc แคนาดา ทำออกมา
(แต่เราเห็นพี่น้องไทยบางคน กลับถามว่าทำออกมาทำไม?ประจานตัวเองหรอ?ไม่ช่วยแก้ตัวเลย?)
 
คืองี้นะ
 
"จริงๆแล้วสิ่งที่เรากินกับสิ่งที่เห็นใน(รูป) คือสิ่งเดียวกัน"
หมายถึง มันมีปริมาณเท่ากัน วัตถุดิบเดียวกัน ขนาดจริงๆมาเท่ากันด้วย
แต่การถ่ายเพื่อโฆษณานั้นผ่านการ "จัดแต่ง" ใช้เวลายาวววววววนานนนนนนนนนนน
 
ถามหน่อย
ว่าคุณวิ่งเข้าร้าน fastfoodเพื่อรออาหารเป็นชั่วโมงๆไหมละ? ไม่ใช่ม้าาาา
ดังนั้นแล้วในร้านKFC, Mc, Burgerking ฯลฯ ก็ย่อมไม่มี Food stylist ปะวะ?
เพราะเค้าทำแข่งกับเวลานะตัวเธอว์~
 
คะนี้ในคลิป คุณผู้หญิงเค้าก็ได้อธิบายเอาไว้แล้วว่าเราใช้วัตถุดิบตัวเดียวกันหมด เวลาทำเนื้อก็ความร้อนเท่านั้น แต่เราต้องจัดเรียง เพื่อให้ "เห็น" ว่าไอ้ที่คุณจะสั่งนะ มันมีอะไรบ้าง และแน่นอนว่า เมื่อจะให้เห็น ก็ขอจัดให้มันสวยได้ไหม? มันคือการ "โฆษณา" นะเว้ยเฮ้ย ก็ต้องอยากให้ลูกค้าสั่งและรับรู้ว่าจะได้กินอะไร
 
ดังนั้นประเด็นที่เค้าทำคลิปนี้ขึ้นมาก็เพื่อใช้ตอบคำถามนั้นแหละว่าทำไมไม่เหมือนแต่ไม่ได้โกง! เพราะคุณได้กินสิ่งนั้นจริงๆ
 
!!!!
แต่ทั้งนี้ เราก็ไม่ได้บอกว่า ให้ทุกคนทำใจว่าสิ่งที่คุณสั่งจะไม่เหมือนกับรูปเสมอไปนะ
เพราะยังไงเมื่อคุณทำอาหารออกมา ผู้ประกอบการทุกคนควรมีจรรยาบรรณในสิ่งที่ทำ
ถ้ามันแย่มาก เราคิดว่าลูกค้าก็มีสิทธิ์โวยวายยยยยย
!!!!
 
เราเชียนเอ็นทรี่นี้ขึ้น หลังจากตั้งคำถามและหาคำตอบมาบ้าง
เพราะเราพบว่า ในโลกของไซเบอร์ มักมีคนตั้งคำถามเหล่านี้ขึ้น และได้คำตอบที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
คือ ด่าว่าโจมตีฝ่ายของผู้ประกอบการอย่างเดียว
หากใครได้ดูWorld War Z มันมีอยู่ตอนนหนึ่งที่พระเอกไปอิสราเอลแล้วเค้าอธิบายหลัการบางอย่างให้ฟัง
เรื่องของ "คนที่10"
ถ้า9คนเชื่อว่า zombieไม่มีจริง ต้องแต่งตั้งให้คนที่10 เชื่อว่ามีzombie แล้วหาข้อมูลมาแย่งกับ9คน
เราจึงจะได้คำตอบสำหรับวิเคราะห์ในอีกรูปแบบหนึ่ง
 
หรือเรื่องของประโยค "รูปภาพอาหารใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น"
ที่มักถูกมองว่าใช้เพื่อเป็นข้ออ้าง
เอาจริง โลกนี้ก็ไม่ได้มีลูกค้าน่ารักทั้งหมดนะ เราเชื่อว่ามันมีคนมุ่งร้ายที่เคยทำร้ายร้านอาหารมาแล้ว
มันจึงเกิด "รูปภาพอาหารใช้เพื่อนการโฆษณาเท่านั้น" ขึ้นมายังไงละ
 
โลกมันอยู่ยาก ต้องป้องกันตัวเอง ทุกฝ่าย
 

.....
เราเคยไปอยู่อเมริกาช่วงหนึ่ง สังเกตว่าที่ร้านอาหารจะติดป้ายมีความหมายว่า
"เรามีสิทธิ์จะเลือกปฎิเสธการบริการ"
น่าสนใจใช่ไหม? ---คุ้นๆไหม?ว่ามันเหมือนกับเหตุการณ์คำถามอะไรในไทย?
 
พี่taxiเลือกคนรับไง
 
เดี๋ยวว่างๆจะมาคุยใหม่
 
 
 
ศิลปะInteractive Artเป็นศิลปะที่เราพยายามอธิบายมาในหลายๆครั้งในblogนี้ ซึ่งก็มีครั้งหนึ่ง
เนื้อหาความรู้ที่เราเขียนไว้ไปเตะตานศ.จากม.กรุงเทพ จึงมีคนมาขอสัมภาษณ์ถึงความคิดเห็น
เกี่ยวกับศิลปะประเภทนี้ ความคิดเห็นและรูปงานเราได้ลงในนิตยสารบ้านกล้วยของม.กรุงเทพ
 
วันนี้เลยจะมาอัพเกี่ยวกับศิลปะประเภทนี้ต่อ. แต่ยังไม่พ่นข้อมูลที่เขียนเอาไว้ในเล่มศิลปนิพนธ์ เกี่ยวกับที่มากี่ไปของศิลปะinteractive แต่จะขอเล่าเกี่ยวกับงานชิ้นล่าสุด ที่ได้โชว์งานนิทรรศการ All Equals One หรือ หกสิบหกยกกำลังศูนย์ ของเด็กจิตรกรรมฯ เสียหน่อย
 
จริงๆเราไม่คิดฝันเหมือนกันนะ ว่าจะได้ทำงานที่มันมี "ปฏิสัมพันธ์" กับคนในรูปแบบอิเล็กทรอนิกค์หรือดิจิตอลออกมาได้จริงๆ ทั้งที่ไม่ได้เรียนด้านนี้มาเลย อาศัยครูพักลักจำ ไปลงเรียนคอร์สข้างนอก เรียนพิเศษเอง หาดูงานในอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะYoutube ช่องพวกเด็กเนิร์ด พวกgeek ช่องDIY ช่องช่างอิเล็กทรอนิกส์ ที่เค้ามาสอนเทคนิคต่างๆ จนประกอบสั่งสมมาเป็นงานได้จริง ก็รู้สึกภูมิใจตัวเองอยู่นะ...(ไม่อยากจะโม้วววว)
 
ในชุดศิลปนิพนธ์ของเราทั้งหมด มีทั้งหมด 5 ชิ้นใหญ่. ซึ่งประกอบด้วย คอลเลคชั่นรองเท้า ซึ่งจริงๆเราทำทั้งหมดมา10คู่ แต่มันก็คือลองผิดลองถูกมา มีดีๆจริงๆเรานับเอามาโชว์ได้คือ3คู่, คอลเลคชั่นพัดลม เราทำทั้งหมด3ชิ้น เป็นพัดลมที่มีฟังก์ชั่นเพี้ยนๆ, ชุดเก้าอี้เล่านิทาน, ชุดทีวีกับโซฟา และ งาน"ห้องน้ำ" เป็นชิ้นสุดท้ายในชุดทั้งหมด

บทคัดย่อ :
 
จากความสงสัยของข้าพเจ้าและการจินตนาการว่าหากวัตถุสิ่งของในบ้านมี
ชีวิตมีความรู้สึกนึกคิดและสามารถ  โต้ตอบกับมนุษย์ผู้ใช้มันในชีวิตประจำ
วันได้     สถานการณ์เช่นนี้จะทำให้เรามีปฏิสัมพันธ์กับมันแตกต่างออกไป
อย่างไร   ข้าพเจ้าจึงต้องการนำเสนอโครงการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่มี
รูปลักษณ์คล้ายวัตถุสิ่งของในชีวิตประจำวัน เช่น พัดลม  โทรทัศน์  เตียง
หรือเก้าอี้  เป็นต้น      แต่มีกลไกอิเล็กทรอนิกส์แบบที่ไม่สลับซับซ้อนนัก
และถูกติดตั้งโดยจำลองให้มีสภาพแวดล้อมคล้ายกับในบ้านหรือที่พักอา
ศัย  ผลงานศิลปะดังกล่าว  ถูกวางแผนให้เชื้อเชิญและมีกระบวนการปฏิ-
สัมพันธ์กับผู้ชมตั้งแต่ก่อนจะสัมผัสกับวัตถุ       ระหว่างการมีปฏิสัมพันธ์
และหลังการมีปฏิสัมพันธ์   ซึ่งสะท้อนให้เห็นวิธีคิด   มุมมอง  พฤติกรรม
และวิธีการที่ผู้ชมมีปฏิสัมพันธ์กับผลงานศิลปะนั้นแตกต่างกันออกไปตาม
บุคลิกภาพส่วนตัว ภูมิหลัง และประสบการณ์ของแต่ละคน ผลงานศิลปะ
อินเตอร์แอคทีฟ  หรือศิลปะที่มีปฏิสัมพันธ์กับคนดู  ชุดนี้ใช้เทคนิคหลาก
หลายผสมผสานกันตามความเหมาะสม ทั้งแบบดิจิทัลและอนาล็อก เช่น
เทคนิคการโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การฉายโปรเจคเตอร์ลงบนวัตถุและการ
ประกอบหุ่นยนต์กับเซ็นเซอร์  เป็นต้น  เทคนิคเหล่านี้ล้วนถูกเลือกมาใช้
เพื่อทำให้วัตถุสามารถโต้ตอบกับผู้ชมจากการเลือกกระทำของเขาเองซึ่ง
อาจเป็นการเพิ่มหรือพลิกผันให้วัตถุนั้นมีหน้าที่ใหม่  และสร้างความสนุก
สนานหรือความประหลาดใจได้
 
แต่วันนี้เราไม่ได้จะมาเขียนถึง งานทั้งห้าชิ้นนั้น!
เราจะเอาคลิปวิดีโอที่เพิ่งตัดต่อเสร็จ รีวิว ชิ้นล่าสุดดดดดด ที่เอาไปโชว์ในงาน
//หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมไม่เอา ห้า ชุดนั้นไปโชว์. คือจริงๆ มันคือการพัฒนางานให้ถึงที่สุดนะ พอจบห้าชุดนั้น เรายังมีเวลาเหลือเพื่อที่จะเตรียมงานการอื่น และนศ.ทุกคนก็เลือกได้แค่คนละชิ้นสองชิ้น เราเองจริงๆได้ที่ดีจะเลือกมาจัดเป็นห้องเลยก็ได้ แต่จากคำแนะนำของอาจารย์ๆ เลยได้ใช้เวลาพัฒนางานตัวใหม่ขึ้นมา ต่อจากชุด เหมือนว่าชิ้นงานศิลปนิพนธ์ที่เห็นในงาน ก็คือสิ่งที่กลั่นกรองพัฒนามาจากการเรียนรู้ เป็นข้อสรุปทั้งหมดที่ผ่านมา


 
 

ถ้าชอบงานแนวนี้ สนใจติดตามเราที่
www.facebook.com/TuangStuDiO
แต่เพจเราอัพอะไรไม่ค่อยเหมือนเพจศิลปะหรอกนะ คงไม่มีภาพวาดให้ดูสวยๆแบบเค้าบ่อยนัก
หรือดูคลิปวิดีโองานตัวอื่น หรือที่ผ่านๆมาที่
www.youtube.com/TuangPingfaVilunda
 
ส่วนในโอกาสหนา จะเริ่มเอาความรู้มาเผยแพร่ละ ^^ อยากให้คนมองศิลปะให้กว้างขึ้นนะ มันไม่ได้มีแค่ระบายสีหรอก 5555