TuangStuD!O View my profile

trip

ศิลปะการแสดงซด! .ที่โคราช

posted on 06 Dec 2012 22:25 by just-the-human in art, trip directory Lifestyle, Travel, Diary
สองสามสัปดาห์ก่อนไปเอเชียโทเปียมา. อ๊ะ!  งงหร๊าาาาาา
เราคิดว่าเราเคยเขียนเกี่ยวกับเอเชียโทเปียไปเมื่อปีที่แล้วนะ แต่ปีนี้มันกลับมาอีก (แน่นอนกลับมาทุกทุกปีแหละ)
Asiatopia เป็น festival ของศิลปะแขนงหนึ่งในสายfine art ที่ใครไม่เคยเห็นจะ "งงเป็นไก่ตาแตก" รับประกัน!
 
"Performance Art"
ฮ่าๆๆๆๆๆ 
เพราะว่ามันทั้ง งงงวย จรวยจรด งดเล่า เพราะคนเล่าก็งง . เฮ้ย... แต่ไม่ใช่ว่ามันยากเย็นอะไรหรอก เอาง่ายๆมันคือศิลปะที่ใช้ body หรือ ร่างกายเป็นตัวทำหน้าที่แสดงหรือสื่อสาร แทนการเขียนภาพ ปั้นหุ่น หรือพิมพ์งาน ...หรือทำวิดีโออาร์ต หรือทำอินเตอร์แรคทีฟอาร์ต วันโซเอฟเวอร์รรรร 
 
>>>ดังนั้นมันจึงเปรียบเหมือน "การแสดง" อย่างหนึ่ง แต่เป็นการแสดงที่สด แบบว่า LIVE .เน้น. อารมณ์.เป็นหลักอย่างมาก ไม่ได้เน้นเป็น .ละคร. คือไม่มีชายหญิงพระนางตัวร้ายตัวดีหัวท้ายเรื่องไม่มี ; คนดูก็ดูเหมือนดูงานศิลปะชิ้นหนึ่งแหละ ไม่ต้องตกใจนะ มันก็เหมือนคุณไปดูภาพเขียนที่คุณไม่เข้าใจ บางทีสุดท้ายสนใจแค่ว่าชอบไม่ชอบ สวยไม่สวยก็พอ จริงไหม?
อนึ่ง (สองสามสี่) PERFORMANCE ART นี้ไม่ใช่ PERFORMING นะเอิงเอย
เพราะ P อย่างแรกนั้นเป็นการแสดงที่ใช้บอดี้และการลำดับการที่ไม่มีขั้นตอน
ไม่รีรอ ไม่ขึ้นกับอะไร ล้วนมุ่งเน้นให้เป็น "ศิลปะ"ที่บริสุทธิ์ ในขณะที่ P ตัวสองนี้
คือ"การแสดงละคร" อย่างเช่น นาฏศิลป์ไทย ละครช่อง สาม ห้า เจ็ด เก้าน้ำเน่า
และน้ำใสทั้งหลาย แน่นอนว่ารวมทั้งละครเพลง ภาพยนต์และการแสดงละครใบ้
โดยส่วนใหญ่แล้ว P แรกที่ว่าเป็นศิลปะนี้จะ.ไม่ซ้อม.คืออาจมีการคุยกันว่าจะทำ
อะไรอย่างไรเมื่อไรที่ไหน แต่ไม่มีการซ้อมบทซ้อมเล่น ทุกอย่างล้้วนปล่อยให้ตัวแปล
ในขณะเล่นเข้าแทรกแซงได้และศิลปินเป็นผู้แก้ไจสถานการณ์ แต่อาจมีการซ้อมได้
หรือเตรียมความพร้อม หากการแสดงนั้นเป็นกลุ่ม..(มันก็ต้องคุยกันปะหว่าาาา)
 
จริงๆเรื่องเริ่มจากว่าเราได้ข่าวว่าเพื่อนๆเราไปworkshop ที่หอศิลป์กรุงเทพกันในงานเอเชียโทเปีย. ที่ห่างหายไปจากความนึกคิด ก็เลยรู้สึกว่าเฮ้ยยย มันกลับมาแล้ว ไปดูหน่อยดีกว่า (ขอบอกตรงนี้ว่าไม่ได้ชอบงานศิลปะประเภทนี้ แต่รู้สึกว่าควรสนับสนุนเพราะ... เพราะประเทศนี้ควรมีศิลปะร่วมสมัยที่ไปไกลได้แล้วนะสิ คนจัดเหนื่อย ก็ไปให้ๆกำลังใจซะหน่อย) แล้วก็ไปทำหน้าที่เป็นตากล้อง(ชั้นดี)ให้เพื่อนๆและอาจารย์ พอแสดงเสร็จ คุณจุ่มพล อภิสุข ซึ่งเป็นทั้งศิลปินและผู้จัดงาน ก็เข้ามาถามไถ่เพื่อนๆว่าอยากไปแสดงต่อที่โคราชไหม ซึ่งแน่นอนว่าคำตอบคือ "ตกลง" . เรื่องเที่ยวนี้ไม่ต้องคิด 5555 
 
เราก็เลยโชคดีได้ติดสอยห้อยตามไป ฮ่าาาาาาาา
 
ในงานก็มีศิลปินต่างชาติมากมายรวมทั้งไทย เพราะมันเป็นงาน  International เฮ้ยยย...
 
คุณไม่รู้จักอย่าได้ปรามาทนะจ๊าาา งานนี้เราก็เพิ่งรู้จากปากศิลปินไอร์แลนด์ ว่าAsiatopia ที่มีมา14 ปีนี้เค้าดังระดับโลก ศิลปินperformance อยากมาเข้าร่วมงานทั้งนั้น ไอ้ย่ะ!! ขอดีเมืองไทยมี คนไทยไม่เคยรับรู้กับเค้าหรอก
 
แต่จะให้อัพเอาวิดีโอมาแปะทั้งหมดก็ทำได้ แต่คราวหน้าๆอาจะไม่มีเรื่องเม้า (ทำเหมือนอัพบล็อคบ่อยฮ่าๆๆ) เอาเป็นว่า ไปแอบดูพวกเราชาวคณะกันดีกว่า ว่าวันนั้นได้.ทำอะไรลงไป....

 
 
555555
ไม่ต้องถามนะ.
นี้เป็นตากล้องนะ.
ไม่รู้ไม่เห็นนะ.
 
แต่ภูมิใจอยู่.
 
ละไหนๆก็เป็นตากล้อง ก็เลยต้องมีBTS : behind the scene ของการซ้อม ที่อลังการในสถานที่ๆกว้างขวางและแจ่มแจ้ง โล่งเป็นห้องซ้อมที่ดีมากๆ เลยอดเอามาโพสไม่ได้นะเค้อะ
 
 
 
อ่า...แถมจ้ะ แถม กับวิดีโอวันworkshop ที่กรุงเทพ. ซึ่งในครั้งนั้นเค้ายังอยู่ภายใต้การควบคุมของศิลปินอยู่(และยังไม่มีหนุ่มมาเอาแจ็คเขียนหน้าตัวเอง 555)
 
โอเค..ไม่ต้องเสียเวลา กล้วยตากซากอ้อย หอยหลอดใดๆ เพื่ออารัมภบท ไปเลย..สำหรับวันนี้เราจะไปต่อกันที่โรงเรียนศิลปะที่ชื่อ โอทิส OTIS !!
 
 
สถานที่ตั้งของโอทิส กับบ้านเราใกล้กันมาก ถ้าเราเรียนที่นี้คงไม่มีปัญหาเรื่องการเดินทาง ...ถ้าเราพักบ้านญาติเราน่ะ ((แต่แน่นอน ถ้าเราจะเรียนเราอยู่บ้านคนเดียวอยู่แล้ววว ฮ่าๆๆๆ)) ตึกโอทิสกับป้ายสังเกตง่าย แต่ที่เราเอารูปมาให้ดูวันนี้เป็นรูปที่ตึกเมน ซึ่งเป็นตึกunder gradส่วนตึกสำหรับเด็กgradในสาขาfine artนั้นจะแยกไปอีกที วันที่เราไปเยี่ยมตามแอมพ้อนท์เม้นนั้น เราไม่ได้ถ่ายรูปมาแต่เด่วจเล่าให้ฟังคร่าวๆว่าเป็นอย่างไรในตอนท้ายของบล็อค
 
ที่โถงทางเดินชั้นสอง จะมีรูปโปสเตอร์หนังที่นักศึกษาโอทิส(มั้ง?) เป็นคนออกแบบให้กับสื่อตามบริษัทต่างๆ มีมากมาย รู้จักเยอะเหมือนกันน่ะ
ส่วนอีกหัวมุมทางเดินหนึ่งเมื่อเราเดินเลี้ยวก็จะเจอกับงานดรออิ้ง ต่างๆและงานองค์ระกอบศิลป์ให้ดูกัน  เราคิดว่าฝีมือโอเคมาก เมื่อเทียบกับเด็กปีหนึ่งที่คณะจิตรกรรมฯ แต่ในงานองค์ประกอบซึ่งเป้นสองมิติเขียนบนกระดาษ เด็กปีหนึ่งเราไม่ทำแล้ว ...ดังนั้นหากจะเทียบกันก็คงต้องเป็นเด็กเรียนเตรียมเอ็นทรานซ์ ซึ่งก็เรียกได้ว่าฝีมือเข้าขั้นสู้สีทีเดียว
รูปต่อไปนี้เป็นโถงที่เรานั่งรอคนเดินชมโรงเรียนที่นี้...อยากบอกว่ารอนานมาก ไปรู้ชีไปไหนมา จนเวลาก็ล่วงเลยไปไกล
แล้วในที่สุดเธอก็มาคร้าาาาา สูงใหญ่ล้ำสันมากกกกกก (ไม่ได้ว่านะตัว...อเมริกันชนก็sizeนี้แหละ เค้าเข้าใจ*()*_)
 
แล้วก็ไปดูสาขาวิชาแรกกันเลย!!!!
 
*** ซึ่งสาขานี้ เป้นสาขาที่มีเรียนที่ OTISที่เดียวนั้นก็คือ TOY DESIGN !!!!
 
บร๊ะเจ้า!! ในฐานะของคนทำงานศิลปะที่ใช้ การเล่น เป็นเครื่องมือแล้วละก็ อย่างบอกว่าน้ำลายไหลอยากเรียนที่นี้กันเลยทีเดียว
ห้องเพ้นท์...
จริงๆเรียกห้องก็ไม่ใช่ซะทีเดียวนะเพราะว่า คืองี้.. ลักษณะของตึกหลักที่ โอทิสเนี่ย จะเป็นชั้นๆ สี่เหลี่ยมเดินวน ลิฟท์อยู่ตรงกลาง แล้วพื้นที่ก็ไม่มากเอาจริงๆ ดังนั้น ห้องที่ต้องประเปลี่ยนได้จะใช้ม่านกั้นเอา แล้วก็แค่นั้น ดงนั้นที่เห้นอยู่ตรงนี้ จริงๆก็เป็นเพื้นที่วาง ซึ่งขณะที่เราไปเค้ากำลังตั้งหุ่นนิ่ง เพ้นท์กันอยู่นั้นเองอะนะ
และนี้คือห้อง เวิร์กชอบ..
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
คืออยากเรียนมาก มีเครื่องเจ๋งๆที่เราไม่มีใช้ด้วย อยากเครื่องเลเซอร์ไม้ หรือ พลาสติก ..พระเจ้า
ข้าน้อยอยากวิงวอนต่อเบื้องบน ช่วยส่งเครื่องมหัศจรรย์เหล่านี้ไปยังศิลปากร เพื่อให้ข้าน้อยได้ใช้ภายในช่วงเวลาแห่งการเป็นนักศึกษา... แต่...มัน..คงเป็นไปไม่ได้สินะ TOT"
(เราไม่รุ้ว่าเด็กเดคมีปะนะ ไม่เคยเข้าช็อบเค้า แต่ที่แน่ๆ ...จิตรกรรมไม่มี //โห๊ะ! -_-v)
และนี้คือชิ้นงานจากเครื่องเหล่านั้น
ห้องอัดล้างฟิล์ม
เฟอร์นิเจอร์ดีไซน์หรืออะไรสักอย่างนะอันนี้..ไม่ใช่แฟชั่นอ่ะ
ห้องสมุด... ดูใหญ่เนอะ จริงๆ ไม่. ฮาาาาาาาาาาาาาา
ก็บอกอยู่ว่าตึกเค้าเล็ก ห้องสมุดก็จึ้งหนึ่ง
โอเคมาถึงแล้ว แฟชั่นดีไซน์...ว้าวววว ไปทิฟฟานี้ได้อะ ชุดคอลเลคชั่นนี้ ฮ่าๆๆๆ
อ่อ.. สำหรับเด็กแฟชั่นเค้าไม่ได้เรยนท่ตึกนี้นะ เค้าเรียนที่ดาวน์ทาวน์ออกไปใกล้ชายทำเลLA  อีกแห่ง แต่มีตู้โชว์เอาไว้ที่นี้..จะบอกว่ากูมีสาขานี้ ประมาณนั้น อะเคร๊๊??
แล้วเราก็เดินออกมาอีกตึกซึ่งเป็นตกของfine art โดยเฉพาะนะฮะ
 
แล้วก้มี...มุมระบายอารมณ์​ โฮ๊ะๆๆๆๆ
 
...
เมื่อเราเดินดูตึกนี้เสร็จเราก็เดินกลับมาทีตึกหลัก เพื่อจะนัดแอบพ้ยท์เม้นไปดูเด็กป.โท อย่างที่บอกไปตอนต้นนะน่ะ ...อ๋อ มีมุมพักผ่อนนิดหนอ่ยให้นศ.ที่ตึกหลักด้วย อยู่ชั้นล่าง
 
เอาละ ..in my oppinion สุดฤทธิ์ ดิฮั้นคิดว่า...
โอทิสเป็นโรงเรียนศิลปะ นับได้ว่าเก่าแก่เหมือนกันน่ะ เเพราะเพิ่งทราบจากอาจารย์ว่า ศิลปินและอาจารย์รุ่นเดอะหลายท่านในสมัยก่อนก็มาต่อกันทีนี้ (ส่วนใหญ่เป็นเพ้นท์เต้อร์อยู่แล้ว) ทั้งนี้ ในความเห็นส่วนตัวและหลังจากได้เสวนากับอาจารย์ที่ไทย ก็รู้สึกอยู่ว่า โอทิสสำรหับเราเองอาจจะยังไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุด ยกเว้นจะมาเรียนออกแบบของเล่น (อิอิ) เราไม่รู้่าบรรยากาศการเรียนการสอนเป้นอย่างไร แน่นอน เพราะช่วงที่เราไปนี้ตรงกับที่เค้าพักเบรกผิดเทอมพอดี ก็เลยได้เห้นแต่พวกสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆที่มีให้ รวมทั้งสตาฟน่ารักๆ  เราจึงให้คะแนนสำหรับ under grad
สถานที่ 9 เพราะมันสะอาด สะดวก
สิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือ ..เราให้9 เราคาดว่าเวลาเปิดเทอมคงวุ่นวาย เพราะห้องเล็กเหมือนกันน่ะ และทุกสาขาวิชาก็ใช้ได้รวมกัน ถ้าเราไปใช้รวมกับพวก เด็กดีไซน์ก็คงวุ่นๆพอกันอะ แต่ว่าก็ยังดี เพราะอย่างน้อยก็ยัง "มี" และใช้งานได้อะ -_-v
น้ำใจสตาฟ เราให้ 10 เด่วเราจะไปต่อที่ตึกgrad เราเลยรู้สึกว่า เค้าน่ารัก
ส่วนเรื่องการเรียนการสอน และคุณภาพ ตอบไม่ได้ แต่ดูจากผลงานเด็ก ถือว่าโอเคนะ ...เพียงแต่เราไม่ได้จะมาเรียนป.ตรีซ้ำ ดังนั้นก็ไม่สำคัญอยู่แล้วอะ
----------------
 
เอาละ เราจะเล่าถึง ตึก  grad นะ ..และมัน contrast กันมาก ToT"
 
เฮ้ยยยยยยยยยยยยย
ตึกแกรด ที่นี้เค้าไปอยู่อีกที่หนึ่ง ซึ่งเป็นเฉพาะสาชาวิชา ศิลปะเพียว เท่านั้น มันเป็น...โกดัง
เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยย
โกดังเก็บของโรงงาน
เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
และไม่มีร้านอาหารอยู่ในรัศมี ..กูเดินได้เลย
ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
 
,
,
,
,
ที่นั้นเป็นโกดังเหมือนพวกโรงงานเอาไว้เก็บสินค้าอะ แต่ ว่าเค้าเอาผนังเค้าไปกั้นๆๆ เป็นคอกๆ ประมาณ สามสิบเพื่อให้เด็กแกรดได้ spaceส่วนตัวเอาไว้ทำงาน ซึ่งถ้าเทียบกับ pasadena แล้วก็ไม่ติดเลย เพราะว่าที่นั้นแม้กระทั้งแสงยังให้ความสนใจเหมือนกัน แต่ขนาดพอๆกัน ใหญ่พอกันในแต่ละห้อง ห้องสนง.ก็ป้นชั้นลอยของโกดัง มีคอมให้เป็นfacilityสำหรับนศ.อยู่สองเครื่องได้มะ? ?? ?? ข้างๆเป็นโรงงานทำโรงเท้าดีหน่อย คือเรียกได้ว่ามันตั้งอยู่กลางสถานที่ๆเป็นโกดังเก็บของกับโรงงานนิดๆอะ แล้วก็ไม่ใช่ย่านที่จะมีอาหารกิน ที่นี้ก็งี้เมืองนอกไม่เหมือนเมืองไทย เมืองเราที่เต็มไปด้วยอาหาร ถ้าเป็นเมืองไทยอย่างน้อยคงมี ข้าวเหนียวหมูปิ้ง รถเข็นผลไม้เสียหน่อย ฮ่าๆๆๆ แล้วนี้ถ้าฉันทำงานจะหาอะไรแดร๊กซ์ได้วะ...ต้องขับรถออกไปเท่านั้นเลย หว่าาาาา
 
สตาฟที่เราโทรคุย เค้าถามเผื่อจะให้เราเอาพอร์ทไป ..แน่นอนเราไม่ได้เตรียมไว้ แต่เรามีแฟนเพจที่อัพงา